Support
www.4lifethaipt.com
บุญตุ้ม 081-4721035
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

การอ่านค่า CD4

วันที่: 24-07-2013

 การอ่านค่า CD4

 

 

                 CD4 คือCD4 cells ถูกเรียกว่า T-cells หรือ T-helper cells เป็น cell เม็ดเลือดขาวซึ่งจัดระบบภูมิต้านทาน

 

ของร่างกายต่อการติดเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา และ ไวรัส

 

วิธีการนับปริมาณ CD4 ในกลุ่มคนไม่ติดเชื้อ HIV

 

ระดับปกติของ CD4 ในคนที่ไม่ติดเชื้อ HIV จะอยู่ระหว่าง 400 – 1600 ต่อ เลือด 1 ลบ.มม.

 

CD 4 ของผู้หญิงที่ไม่ติดเชื้อ HIV นั้นจะมีแนวโน้นมที่สูงกว่าเล็กน้อย คือ 500 – 1600.

 

ถึงแม้ว่าถ้าคุณไม่มีเชื้อ HIV

 

 

ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณ CD4

 

                1.เพศหญิงมี CD4 สูงกว่า  เพศชาย ประมาณ 100

 

                2. CD4 ของเพศหญิงจะขึ้นและลงในช่วงที่มีประจำเดือน

 

                3.ยาคุมกำเนิดชนิดเม็ดจะทำให้ CD4 ลดลงได้

 

                4. คนที่สูบบุหรี่จะมีแนวโน้มที่มี CD4 สูงกว่าปกติ ประมาณ 140

 

                5.CD4 จะลดระดับลงในขณะที่ร่างกายพักผ่อน และลดลงได้มากถึง 40%

 

                6.หลับสนิทจะมี CD4 ที่ต่ำในช่วงเช้า แต่จะมี CD4 ที่สูงขึ้นในช่วงบ่าย

 

 

ปัจจัยที่กล่าวมาไม่ทำให้เกิดความแตกต่างในการต่อต่านเชื้อโรคของระบบภูมิต้านทาน เนื่องจากCD4 ส่วนน้อยที่

 

อยู่ในกระแสเลือด ส่วนที่เหลืออยู่ใน lymph nodes และ เนื้อเยื่อ และ การขึ้นลงที่กล่าวมาข้างบนนั้นอาจจะเกิด

 

จากการย้ายตัวของ CD4 ระหว่าง เลือด และ เนื้อเยื่อ 

 

 

ปริมาณ CD4 ในกลุ่มคนที่มีเชื้อ HIV

 

           หลังจากที่ร่างกายได้รับเชื้อ HIV ระดับ CD4 ของผู้ติดเชื้อมีโอกาสลดลง ก่อนที่เริ่มคงที่ ที่ระดับ 500-600 มี

 

 

ข้อสังเกต  คนที่ CD4 ลดลงอย่างมากในช่วงติดเชื้อใหม่และไม่สามารถรักษาระดับที่คงที่ได้ มีแนวโน้มที่จะมี

 

อาการของโรคเร็วกว่าปกติ ถึงแม้ว่าร่างกายคุณจะปกติ และไม่มีอาการของ HIV แต่ CD4 นับล้านๆ ได้ติดเชื้อ

 

HIV และ ถูกทำลาย ลงทุกวัน และ มีอีกนับล้านๆ cells เช่นกันที่ถูกสร้างใหม่เพื่อทดแทนอย่าง ไรก็ตาม เป็นที่

 

คาดกันว่า คนที่เป็น HIV แต่ยังไม่ได้รับการรักษา ระดับ CD4 จะลดลงประมาณ 45 เซลล์ในทุกๆ 6 เดือน โดย

 

เฉพาะคนที่ยัง CD4 ที่สูงอาจจะมีแนวโน้มที่ CD4 จะลดลงในระดับที่มากกว่าระดับ CD4 ระหว่าง 200-500

 

แสดงให้เห็นว่าระบบภูมิต้านทานของร่างกายได้ถูกทำลายแล้ว

 

 

        การลดลงของ CD4 เป็นสัญญาณของอาการที่จะเกิดขึ้นก่อน 1 ปี ก่อน กลายเป็นป่วยโรคเอดส์ และ แนะนำ

 

ให้ตรวจ CD4 อย่างสม่ำเสมอเมื่อ CD4 ต่ำกว่า 350

 

 

      ระดับ CD4    เป็นแนวทางในการประกอบการตัดสินใจเพื่อป้องกันโรคบางอย่างที่เกี่ยวเนื่อง กับ HIV

 

ตัวอย่างเช่น ระดับ CD4 น้อยกว่า 200 ควรจะป้องกันอาการโรคปอดอักเสบ พีซีพี

 

 

    ระดับ CD4   อาจจะผันผวนได้ ดังนั้นไม่ควรให้ความสำคัญกับการตรวจเพียงครั้งใดครั้งหนึ่ง แต่ควรดูแนว

 

โน้มของ CD4 ในการตรวจในช่วงที่เพิ่งผ่านมามากกว่าถ้าระดับ CD4 ของคุณยังสูงและยังไม่ได้รับยาต้าน คุณ

 

อาจจะเพียงแค่ตรวจซ้ำทุก 2-3 เดือน ก็เพียงพออย่าง ไรก็ตาม ถ้าระดับ CD4 ลดลงอย่างรวดเร็ว และ คุณรู้สึกไม่

 

สบาย และ คุณอยู่ในโครงการทดลองทางการแพทย์หรือรับยาต้านแล้ว คุณควรจะตรวจ CD4 ให้บ่อยขึ้น     การ

 

อ่านค่า CD4 ในแบบเปอร์เซ็นต์บางครั้งแพทย์จะทำการนับ CD4 แบบเปอร์เซ็นต์ คือ มีจำนวนกี่เปอร์เซ็นต์จาก

 

จำนวนเม็ดเลือดขาวทั้งหมด โดยทั่วไปสำหรับคนที่มีภูมิต้านทานปกติ จะมี CD4 อยู่ที่ 40% แต่ถ้า อยู่ที่ระดับต่ำ

 

กว่า 14% จะบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการป่วยที่เกี่ยวข้องกับเอดส์ เทียบเท่ากับ CD4 ระดับ 200

 

 

ระดับ CD4 และการรักษา HIV

 

   ระดับ CD4 จะช่วยกำหนดการเริ่มรับยาต้านไวรัส HIV และเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าการรักษาได้ผลหรือไม่

 

เมื่อระดับ CD4 ของคุณต่ำกว่า 350 แพทย์จะเริ่มแนะนำให้คุณรับยาต้านไวรัส ซึ่งในระดับนี้ยังขึ้นอยู่กับคุณว่า

 

ต้องการรับยาต้านหรือไม่ แต่ ถ้า CD4 อยู่ที่ 200-250 คุณควรจะต้องรับยาต้านไวรัส เนื่องจากระดับ CD4 บ่งชี้ว่า

 

คุณมีความเสี่ยงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อการเป็นโรคที่เกี่ยวกับ เอดส์แต่ถ้าคุณรอจนกระทั้ง CD4 อยู่ในระดับต่ำกว่า

 

200 คุณมีแนวโน้มที่ตอบสนองต่อยาต้านไวรัสได้น้อย ในขณะที่คนที่มี CD4 มากว่า 350 จะไม่ได้รับประโยชน์

 

ใดๆเลยถ้าบุคคลนั้นรับยาต้านไวรัสเมื่อคุณ เริ่มรับยาต้านแล้ว ระดับ CD4 จะเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ แต่ถ้าระดับ

 

CD4 ยังคงลดลงในการตรวจหลายๆครั้ง คุณควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผิดปกติในการรักษาอันนี้เป็นค่า

 

มาตรฐานของห้องแลป รพ. บำราศนราดูร

 

        ค่า CD4 ของคนปกติ = 529 - 1,351

 

       ค่า CD4% ปกติ = 29 - 41%

 

การตรวจ CD4 ในหลักสูตรเทคนิคการแพทย์Absolute CD4 = (%CD4 * WBC * %Lymphocyte ) / 10000

 

        ค่าปกติในหญิง      ช่วงค่าประมาณ 410-1264 ในคนธรรมดาไม่เป็นH

 

      ค่าปกติในชาย        ช่วงค่าประมาณ 470-1404 ในคนธรรมดาไม่เป็นH

 

ฉะนั้นค่าจะไม่เหมือนกัน เพราะยังขึ้นกับ เม็ดเลือดขาว มีกี่เม็ดในเลือด กับ % Lymp ก็ไม่เท่ากันบางคน มี เม็ด

 

เลือดขาวเยอะ 10000 บางคนน้อยมาก 3000

 

 

      ค่าปกติเม็ดเลือดขาว หรือ WBC คือ ประมาณ 5000-10000 cells/cu.mm.

 

    ส่วนค่า % Lymp จะไม่เหมือนกัน บางคน สูง บางคนต่ำ 

 

       ค่าปกติ ของ % Lymp อยู่ในช่วงประมาณ 19-48 %

 

ฉะนั้น มันต้องดู ค่าทั้ง 3 อย่าง เเละนำไปใส่สมการสูตรคำนวณออกมา เพราะฉะนั้น ค่าที่เป็น Absolute CD4 นั่น

 

เเหล่ะเป็นค่าที่นำไปเป็นเกณฑ์การรับยาต้านไวรัส ถ้าต่ำกว่า 200 ลงมา ก็ทานยาได้ไปหาหมอขอยาต้านได้เลย

 

ถ้ายังสูง มากกว่า 200 ก็อย่าเพิ่งกินยาต้าน ให้รักษาตามอาการเเทรกซ้อนด้วยยาเฉพาะโรคอื่นๆไปก่อน น่ะครับ

 

ทีนี้เรามาดู ค่าอื่นๆ ในการตรวจ CBC กันบ้าง

 

+ Neutrophils (NEUT) ค่าปกติ 40 - 74 % : จะพบสูงขึ้นในภาวะติดเชื้อจำพวกแบคทีเรีย 

 

+ Lymphocytes (LYMP) ค่าปกติ 19 - 48 %: จะพบสูงขึ้นในภาวะที่มีการติดเชื้อไวรัสอย่างเฉียบพลัน หรือภาวะ

 

ที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียที่เรื้อรัง 

 

+ Monocytes (MONO) ค่าปกติ 3 - 9 %: จะพบสูงขึ้นในผู้ที่อยู่ในระยะฟื้นจากการติดเชื้อทั่วไป 

 

+ Eosinophils (EOS) ค่าปกติ 0 - 9 %: จะพบสูงขึ้นในภาวะที่มีภูมิแพ้ (Allergy), ภาวะที่มีพยาธิในร่างกาย 

 

+ Basophils : ค่าปกติ 0 - 2 % จะค่าสูงในพวกเป็นภูมิแพ้ต่างๆครับ

 

+ ค่าPlatelet Count (PLT) คือการนับจำนวนของเกร็ดเลือดต่อ mL ในเลือด ค่าปกติ 130,000 - 400,000 cells /m 

 

(เกร็ด เลือดมีความจำเป็นที่ทำให้เลือดแข็งตัว) ถ้าต่ำกว่า 100,000/mL ถือว่าน้อยไปอาจทำให้เลือดหยุดยาก ตรง

 

กันข้ามถ้ามากไป คือสูงกว่า 400,000/mL จะทำให้เลือด แข็งตัวได้ง่ายขึ้น และอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดการอุดตัน